สัญญาเงินกู้

เลขที่สัญญา: ___

วันที่ ___ เดือน ___ พ.ศ. ___

ข้อที่ 1 คู่สัญญาและคำนิยาม

1.1. คู่สัญญา

(1) ผู้กู้

ชื่อ: ___

ที่อยู่: ___

หมายเลขบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง: ___

อีเมล:___

หมายเลขโทรศัพท์: ___

(ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้กู้”)

(2) ผู้ให้กู้

ชื่อบริษัท: ___

ที่อยู่จดทะเบียน: ___

(ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ให้กู้” หรือ“บริษัท” )

1.2 คำจำกัดความ

1.2.1) “เงินกู้” หมายถึง เงินกู้ระยะสั้นเพื่อการบริโภค ซึ่งผู้ให้กู้ให้แก่ผู้กู้ตามสัญญานี้

1.2.2) “แพลตฟอร์ม” หมายถึง แพลตฟอร์มบริการดิจิทัลที่ผู้ให้กู้เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้สำหรับการลงนามในสัญญา การให้เงินกู้ และการจัดการการชำระคืนเงินกู้

1.2.3) ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การที่ผู้กู้ลงนามในสัญญานี้ทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วิธีการที่ผู้กู้คลิกปุ่ม “ยืนยัน” หรือ “ตกลง” บนแพลตฟอร์ม

ข้อ 2 ข้อกำหนดหลักของสัญญาเงินกู้

2.1 รายละเอียดเงินกู้

2.1.1) จำนวนเงินกู้

เงินกู้ตามสัญญาฉบับนี้ มีจำนวนเงินต้นทั้งสิ้น ___ บาท โดยจำนวนดังกล่าวให้ยึดถือจากจำนวนยอดเงินที่ผู้ให้กู้โอนเข้าบัญชีของผู้กู้จริงเป็นสำคัญ

2.1.2) ระยะเวลากู้ยืม

ผู้กู้ตกลงชำระคืนหนี้เงินกู้ทั้งหมด รวมถึงดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตามสัญญาเงินกู้ ภายในระยะเวลา ___ วัน นับแต่วันที่เงินกู้ได้ถูกโอนไปยังผู้กู้ ทั้งนี้ วันครบกำหนดชำระเงินคืนให้เป็นวันที่ ___

2.1.3) อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยต่อปี ร้อยละ ___ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด (กรณีคิดดอกเบี้ยแบบรายวัน จะคิดคำนวณโดยนำอัตราดอกเบี้ยต่อปีหาร 365 วัน)

2.1.4) ชำระคืนเงินกู้

การชำระคืนแบบผ่อนชำระเป็นงวดๆ ผู้กู้กตกลงแบ่งชำระเป็นจำนวน ___ งวด จำนวนเงินกู้ ___ บาท อัตราดอกเบี้ยต่อปี ร้อยละ ___ อัตราดอกเบี้ยต่อวัน ___ บาท

จำนวนงวด กำหนดชำระ เงินต้นที่ต้องชำระคืน ดอกเบี้ยที่ต้องชำระคืน
___ ___ ___ ___

ส่วนที่ 3 วัตถุประสงค์ และคุณสมบัติของผู้กู้

3.1. วัตถุประสงค์การกู้เงิน

ผู้กู้มีวัตถุประสงค์ในการกู้เงินตามสัญญานี้เพื่อใช้ในการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ผู้กู้จะไม่นำเงินไปใช้นอกจากวัตถุประสงค์อื่น อาทิ การเก็งกำไรหรือกิจกรรมอื่นใดที่ผิดกฎหมาย หรือ การทำธุรกรรมใด ๆ ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น

3.2. คุณสมบัติของผู้กู้

ผู้กู้ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันที่ทำสัญญาเงินกู้ และมีความสามารถทางกฎหมายในการทำสัญญาเงินกู้ และผู้กู้ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการของแพลตฟอร์ม และได้สร้างบัญชีผู้ใช้งานรวมถึงตั้งรหัสผ่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนและเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มด้วยตนเอง ทั้งนี้ ให้ถือว่าการตั้งรหัสผ่านดังกล่าวเป็นเสมือนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้กู้ด้วย

3.3. การเปิดเผยข้อมูล

ผู้กู้ขอรับรองว่า ข้อมูลและเอกสารทั้งหมดที่ได้จัดส่งให้แก่ผู้ให้กู้ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน โดยไม่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อเท็จจริงสำคัญที่ปกปิดไว้

ผู้กู้ตกลงที่จะรักษาความลับของข้อมูลอ่อนไหวใด ๆ ที่ได้รับจากผู้ให้กู้ โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้กู้

ผู้กู้ตกลงยินยอมรับเอกสาร แจ้งเตือน และข้อมูลทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับสัญญานี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และรับรองว่าเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมีผลทางกฎหมายเสมอกับเอกสารในรูปแบบกระดาษ

ผู้กู้ตกลงยินยอมให้ผู้ให้กู้เข้าถึง เก็บรวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้เพื่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อและอนุญาตให้เท่าที่จำเป็นกับการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์กับการให้สินเชื่อของผู้ให้กู้ รวมถึงการอนุญาตให้ประมวลผลการใช้ข้อมูลดังกล่าวด้วย

3.4. ข้อตกลงตามกฎหมาย

ผู้กู้ให้สัญญาว่า การไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงดอกเบี้ย และการกู้ยืมเกินความสามารถในการชำระคืนอาจส่งผลกระทบต่อประวัติทางเครดิตของผู้กู้ ซึ่งมีผลให้ผู้ให้กู้พิจารณาลดหรืองดการปล่อยเครดิตต่อไปในภายหน้า

ผู้กู้เข้าใจดีว่าผู้กู้มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติสัญญาฉบับนี้ และทราบถึงผลที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันได้ โดยผู้กู้ขอรับรองว่า ได้รับคำแนะนำในการทำธุรกรรมนี้จากผู้ให้กู้แล้ว ทั้งนี้ ผู้ให้กู้ได้แจ้งข้อมูลต่อผู้กู้เกี่ยวกับ จำนวนเงินที่ต้องชำระคืนและวิธีการชำระคืน, วิธีคำนวณดอกเบี้ย, วิธีคำนวณค่าธรรมเนียม, จำนวนเงินที่ต้องชำระและวันครบกำหนด, สิทธิในการชำระคืนก่อนกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ผู้กู้รับทราบและยินยอมให้ ผู้ให้กู้มีสิทธิรายงาน เปิดเผย ส่งต่อ ข้อมูลการผิดนัด ข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาเงินกู้ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของหน่วยงานของรัฐ

ข้อที่ 4 สิทธิและหน้าที่ของผู้ให้กู้

4.1. ผู้ให้กู้มีสิทธิในการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารทั้งหมดที่ผู้กู้ยื่นประกอบการขอสินเชื่ออย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีสิทธิในการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอกู้เงินโดยใช้ดุลพินิจของผู้ให้กู้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิในการกำหนดวงเงินกู้ตามผลการพิจารณา ซึ่งอาจแตกต่างจากวงเงินที่ผู้กู้ร้องขอในเบื้องต้น

4.2. ผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้กู้ชำระเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและเหมาะสมอื่น ๆ ที่เกิดจากกระบวนการติดตามทวงถามหนี้ ตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ นอกจากนี้ ผู้ให้กู้ยังคงมีสิทธิอื่น ๆ ตามที่พึงมีตามกฎหมายหรือตามที่กำหมดไว้ในสัญญานี้

4.3. ในกรณีที่ผู้ให้กู้ตรวจพบว่า ผู้กู้นำเงินกู้ไปใช้โดยไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิดำเนิน การระงับการให้สินเชื่อเพิ่มเติม การเรียกเงินกู้คืนก่อนกำหนด หรือการดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการดำเนินมาตรการใด ๆ ที่เห็นสมควรทันที

4.4. ผู้ให้กู้รับรองว่าจะรักษาข้อมูลและเอกสารของผู้กู้ไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้:

4.4.1) เมื่อมีข้อกำหนดทางกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งจากหน่วยงานกำกับดูแลให้ต้องเปิดเผยข้อมูล

4.4.2) เมื่อผู้ให้กู้มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายหรือตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐ

4.5 ผู้ให้กู้มีสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลของผู้กู้ให้แก่บุคคลภายนอกที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตามหนี้ บังคับชำระหนี้ หรือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง (เช่น สำนักงานกฎหมาย สำนักงานติดตามหนี้ ฯลฯ) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็นและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆนอกเหนือไปจาก ข้อมูลการติดต่อ และข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ตามสัญญา โดยผู้ให้กู้จะดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

4.6 ผู้ให้กู้สามารถโอนสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบตามสัญญานี้ ให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้กู้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้และผู้รับโอนสิทธิ จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบถึงการโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญานี้ ไม่จำกัดแต่เพียงการส่งหนังสือหรือการส่งข้อความ แต่อย่างไรก็ตามหากผู้กู้ได้ชำระหนี้แล้วเสร็จก่อนทำการโอนสิทธิเรียกร้อง ผู้กู้หลุดพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อที่ 5 เงื่อนไขในการปฏิบัติตามสัญญา

5.1 ขั้นตอนการโอนเงินกู้

5.1.1) วงเงินกู้: ผู้ให้กู้ตกลงให้วงเงินกู้แก่ผู้กู้ตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ และผู้ให้กู้จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้กู้ได้ระบุไว้ล่วงหน้าในระบบของผู้ให้กู้ ทั้งนี้ บัญชีดังกล่าวต้องเป็นบัญชีที่มีชื่อบัญชีที่ถูกต้องตรงกันกับชื่อของผู้กู้ที่ทำสัญญาเงินกู้ฉบับนี้เท่านั้น โดยถือเอาหลักฐานการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเป็นใบเสร็จรับเงินกู้ตามกฎหมาย อีกทั้งวงเงินกู้ดังกล่าวไม่รวมค่าธรรมเนียม หรือดอกเบี้ยที่ผู้กู้ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ ทั้งนี้ การจ่ายเงินกู้จะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ผู้ให้กู้มีอยู่ในขณะนั้น

5.1.2) เงื่อนไขการมีผลใช้บังคับ

เมื่อผู้กู้กด ยืนยัน ผ่านแพลตฟอร์ม จะถือว่าเป็นการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลตามกฎหมายเช่นเดียวกับลายมือชื่อด้วยลายลักษณ์อักษร

และผู้ให้กู้ต้องดำเนินการตรวจสอบเครดิตของผู้กู้ให้แล้วเสร็จ และยืนยันการอนุมัติการให้กู้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้จะแจ้งผลการอนุมัติเงินกู้เป็นการส่งข้อความและแจ้งเตือนบนแพลตฟอร์มของผู้ให้กู้

5.1.3) การจัดสรรและการยืนยันการชำระเงิน

การชำระเงินใด ๆ ที่ผู้กู้ชำระคืนให้แก่ผู้ให้กู้ จะจัดสรรเป็นการชำระหนี้ตามลำดับ ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมบริการ

2. ค่าดอกเบี้ย

3. ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

4. เงินต้น

5.2 การจัดการบัญชี

5.2.1) การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล

ผู้กู้สามารถแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วันทำการ นับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้ โดยแจ้งผ่านช่องทางที่ผู้ให้กู้กำหนด

มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะส่วนบุคคลหรือสถานะทางการเงินของผู้กู้

ผู้กู้ตกเป็นคู่ความหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีความ การอนุญาโตตุลาการ หรือกระบวนการทางปกครองใด ๆ มีความเกี่ยวข้องกับผู้กู้

มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมลที่ใช้ติดต่อ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ผู้กู้ให้ใช้ตอนสมัครขอสินเชื่อในแพลตฟอร์ม

5.2.2) การตรวจสอบสถานะบัญชี

ผู้กู้ตรวจสอบข้อมูลบนแพลตฟอร์มของผู้ให้กู้ ได้ดังนี้

ยอดเงินต้นที่ยังไม่ได้ชำระ รายการดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ประวัติการชำระคืนเงินกู้

การเปลี่ยนแปลงของสัญญาและประกาศหรือแจ้งเตือนต่าง ๆ

2. ลำดับการนำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปชำระหนี้ ให้เรียงลำดับดังนี้
ดอกเบี้ยผิดนัด → ดอกเบี้ยปกติ → เงินต้น

5.3 การผิดสัญญาและการยุติข้อพิพาท

5.3.1) กรณีถือเป็นการผิดสัญญา

หากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อไปนี้ จะถือว่าผู้กู้ผิดสัญญา

ให้ข้อมูลเท็จ ผู้กู้ใช้เอกสารข้อมูลเท็จ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ในการไม่อนุมัติเงินให้ผู้กู้ และยกเลิกสัญญานี้

นำเงินกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จากที่ระบุไว้ในสัญญา

ผิดสัญญาโดยความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้

ถูกดำเนินคดีอาญา หรือถูกฟ้องร้องในคดีอาญา
เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย การฟื้นฟูกิจการ หรือการประนอมหนี้ หรือถูกศาลสั่งพิพากษาให้ล้มละลาย
ถูกศาลแต่งตั้งผู้พิทักษ์ทรัพย์ หรือถูกบังคับคดี หรือต้องห้ามทำธุรกรรมการเงินที่เกินความจำเป็น

กรณีผิดสัญญาอื่น ผู้กู้กระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ ซึ่งอาจทำให้ผู้ให้กู้ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามสัญญานี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนคำรับรอง คำให้คำมั่น หรือข้อผูกพันอื่นใดที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้

5.3.2) การจัดการเมื่อผิดสัญญา

ก) ในกรณีผู้กู้ไม่ชำระเงินงวด หากผู้กู้ไม่ชำระเงินงวดใด ๆ ตามจำนวนครบถ้วนภายในกำหนดชำระที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

หลังครบกำหนดชำระ ผู้ให้กู้จะจะติดตามทวงถามกับผู้กู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ข้อความ SMS อีเมล หรือการโทรศัพท์ เพื่อแจ้งยอดเงินที่ค้างชำระ และความรับผิดชอบตามสัญญา

เกินกำหนดชำระหลัง จากติดตามระยะแรก หากผู้กู้ยังไม่ชำระยอดค้างภายใน 10 วันนับจากที่ทวงถาม ผู้ให้กู้มีสิทธิเริ่มกระบวนการติดตามหนี้ตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายโดยการฟ้องร้องหรือเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เช่น การขอคำสั่งศาลอายัดทรัพย์ หรือบังคับคดีตามกฎหมาย และมาตรการทางกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้

5.3.3) ค่าธรรมเนียมกรณีผิดสัญญาและบทลงโทษ

ก) ค่าติดตามหนี้ กรณีผู้กู้กระทำการผิดสัญญา ผู้กู้ต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายในการติดตามและเรียกคืนหนี้ ดังต่อไปนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ค่าบริการของหน่วยงานติดตามหนี้ทั้งภายในบริษัท และภาคสนาม

ค่าตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน ค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริง

ข) ภาษีและค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ผู้กู้ต้องรับผิดชอบชำระภาษีและค่าธรรมเนียมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

อัตราดอกเบี้ยกรณีค้างชำระอยู่ที่ ___% ต่อปี โดยคำนวณจากเงินต้นที่ยังไม่ได้ชำระของผู้กู้ นับตั้งแต่วันครบกำหนดชำระ จนกว่าจะชำระครบถ้วน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ

ค่าทนายความที่เกิดจากกระบวนการระงับข้อพิพาท ค่าธรรมเนียมศาล ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ และค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี

ค) ลำดับการชำระหนี้ การชำระหนี้ของผู้กู้จะหักลบหนี้ตามลำดับดังต่อไปนี้

ค.1) ค่าใช้จ่ายในการบังคับสิทธิของผู้ให้กู้ รวมถึงค่าติดตามหนี้ ค่าทนายความ ค่าดำเนินคดี ฯลฯ

ค.2) ดอกเบี้ยปกติ คำนวณตามระยะเวลาการกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ตกลงไว้

ค.3) เงินต้น ยอดเงินต้นของเงินกู้ที่ยังคงค้างชำระ

5.4 ระยะเวลาของสัญญา การเปลี่ยนแปลง และการสิ้นสุดสัญญา

5.4.1) ระยะเวลาของสัญญา

สัญญานี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญา และจะสิ้นสุดเมื่อผู้กู้ได้ชำระคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วตามสัญญา โดยสัญญาฉบับนี้ไม่สามารถขยายระยะเวลาโดยอัตโนมัติได้

5.4.2) การยุติสัญญาก่อนกำหนด

การยื่นคำขอโดยผู้กู้ ผู้กู้สามารถยื่น “คำร้องขอยุติสัญญาก่อนกำหนด” ต่อผู้ให้กู้ได้ หากได้ชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดครบถ้วนและไม่มีประวัติผิดนัดชำระ

ขั้นตอนการดำเนินการของผู้ให้กู้

ภายใน 3 วันทำการหลังได้รับคำร้องขอ ผู้ให้กู้จะดำเนินการตรวจสอบยอดหนี้ หากยืนยันว่าไม่มีหนี้คงค้าง จะออกหนังสือ “หลักฐานการยุติสัญญา” ภายในวันทำการถัดไป หากยังคงมียอดคงค้าง ผู้ให้กู้จะติดตามทวงถามกับผู้กู้ โดยผู้กู้ต้องชำระภายในกำหนด

5.4.3) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา/ยกเลิกสัญญา

สิทธิของผู้ให้กู้ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

ผู้ให้กู้มีสิทธิในการแก้ไขเงื่อนไขของสัญญาแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 30 วัน ผ่านทางแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ ข้อความSMS หรืออีเมล

หากผู้กู้ไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่แก้ไข ผู้กู้จะต้องยื่นหนังสือคัดค้านภายใน 3 วันนับแต่ได้รับแจ้ง บนแพลตฟอร์ม และต้องชำระหนี้ทั้งหมดให้เสร็จสิ้น

หากผู้กู้ไม่ยื่นคัดค้านภายในระยะเวลาดังกล่าว และยังคงใช้บริการแพลตฟอร์มหรือชำระเงินตามปกติ จะถือว่าผู้กู้ยอมรับเงื่อนไขที่แก้ไขแล้วโดยปริยาย

สิทธิของผู้กู้ในการยกเลิกสัญญา

ผู้กู้สามารถยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยกเลิกสัญญาโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆเพิ่มเติมจากฝ่ายผู้กู้ ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการแก้ไขสัญญาจากผู้ให้กู้ ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องชำระหนี้ตามเงื่อนไขเดิมทั้งหมดให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ผู้กู้สามารถชำระหนี้ตามที่ตกลงในสัญญานี้ หรือที่ผู้ให้กู้มอบหมายได้ เมื่อผู้ให้กู้ได้รับเงินแล้ว จะถือว่าสัญญาสิ้นสุด

5.4.4) ข้อจำกัดในการแก้ไขสัญญา

ภายหลังสัญญานี้มีผลบังคับใช้ ผู้กู้ไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเงื่อนไขของสัญญา เว้นแต่กรณีที่มีการตกลงเป็นหนังสือระหว่างทั้งสองฝ่าย หรือในกรณีที่ระบุไว้ตามข้อ 5.4.3) ในสัญญานี้

ข้อที่ 6 นโยบายการคืนเงิน

6.1 นโยบายของผู้ให้กู้

นโยบายฉบับนี้ใช้ร่วมกับข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ โดยหากมีความขัดแย้งระหว่างเนื้อหาในนโยบายนี้กับสัญญาเงินกู้ ให้ถือเอาข้อกำหนดในสัญญาเงินกู้เป็นหลัก ซึ่งไม่ขัดแย้งกับบทบัญญัติของกฎหมายไทย

6.2 เงื่อนไขการขอคืนเงินและวิธีดำเนินการ

6.2.1) การยกเลิกคำขอกู้

ในกรณีที่ผู้กู้ขอยกเลิกคำขอกู้ก่อนที่ผู้ให้กู้จะโอนเงินกู้ให้ จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการยกเลิกคำขอกู้ หากการโอนเงินล่าช้าเนื่องจากเหตุของผู้ให้กู้ ผู้กู้มีสิทธิยกเลิกคำขอได้

6.2.2) การชำระเงินกู้คืนก่อนกำหนด

หากผู้กู้ประสงค์จะชำระคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนด ต้องยื่นคำร้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนวันชำระเงิน

6.2.3) ในการชำระเงินของผู้กู้

หากผู้กู้ชำระเงินซ้ำซ้อนหรือผิดพลาดไม่ว่าด้วยประการใด เพราะเหตุจากฝ่ายผู้กู้เอง ผู้กู้ต้องยื่นคำร้องขอเงินจำนวนที่ซ้ำซ้อนหรือผิดพลาดดังกล่าวที่เกินมาจากยอดชำระตามปกติคืนภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ทราบปัญหาการชำระซ้ำซ้อนหรือผิดพลาด ผู้ให้กู้จะตรวจสอบภายใน 7 วันทำการ และจะดำเนินการคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 3 วันทำการหลังจากตรวจสอบเสร็จสิ้น

หากการชำระเงินผิดพลาดเกิดจากความขัดข้องของระบบแพลตฟอร์ม ผู้ให้กู้จะคืนเงินจำนวนที่ผิดพลาดดังกล่าว ภายใน 1 วันทำการ นับจากวันที่ผู้ให้กู้ตรวจพบ

6.2.4) ความผิดพลาดจากการดำเนินการของบริษัท

หากมีข้อผิดพลาดจากผู้ให้กู้ เช่น การคำนวณดอกเบี้ย หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่ตรงตามสัญญา ผู้กู้ต้องยื่นคำร้องโต้แย้งภายใน 30 วันทำการนับจากวันที่ผู้กู้ทราบปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ หากผู้กู้ไม่ดำเนินการใดๆ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว หรือผู้กู้ได้ชำระหนี้เงินกู้ในงวดต่อๆมาแล้ว ให้ถือว่า ผู้กู้ยอมรับในเงื่อนไขเหล่านั้นที่ผู้ให้กู้คิดคำนวณและผู้กู้สิ้นสิทธิที่จะเรียกร้องเอาซึ่งความเสียหายอย่างใดๆในงวดที่ชำระมาแล้ว

ทั้งนี้ หากผู้กู้ได้คำร้องดังกล่าวไว้ภายในกำหนดระยะเวลา ผู้ให้กู้จะเริ่มสอบสวนภายใน 10 วันทำการ และคืนเงินส่วนที่เรียกเก็บเกินภายใน 5 วันทำการ นับจากหลังจากสอบสวนเสร็จสิ้น

6.3 การยื่นคำร้องและขั้นตอนการดำเนินการ

6.3.1) การยื่นคำร้องต้องระบุรายละเอียดต่างๆ ได้แก่ หมายเลขสัญญาเงินกู้ และ รายละเอียดบัญชีธนาคารของผู้กู้ ทั้งนี้ ผู้กู้สามารถยื่นคำร้องได้ตามช่องทางที่ผู้ให้กู้ระบุไว้

6.3.2) ขั้นตอนการดำเนินการ

หลังจากที่ผู้ให้กู้ได้รับคำร้อง ผู้ให้กู้จะเร่งดำเนินการภายใน 1 วันทำการ โดยดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบภายในของแพลตฟอร์มผู้ให้กู้ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่กรณี เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น ผู้ให้กู้จะดำเนินการคืนเงินให้ผู้กู้พร้อมออกหลักฐานการคืนเงิน

6.4 การระงับข้อพิพาท

6.4.1) หากผู้กู้ไม่เห็นด้วยกับผลการคืนเงิน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ให้กู้ภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่ทราบผลการคืนเงิน ผู้ให้กู้จะพิจารณาทบทวนและแจ้งผลภายใน 5 วันทำการ

6.4.2) หากไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้กู้สามารถยื่นเรื่องต่อหน่วยงานกำกับดูแล หรือตามช่องทางระงับข้อพิพาทที่ระบุไว้ในสัญญาเงินกู้ ได้แก่ การเจรจา การไกล่เกลี่ย หรือการฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ

6.4.3) ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงนโยบายการคืนเงินตามที่กฎหมายหรือการดำเนินธุรกิจกำหนด โดยจะแจ้งประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการหรือบนแพลตฟอร์ม และจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศอย่างน้อย 7 วันทำการ ผู้กู้ควรตรวจสอบประกาศเหล่านี้เป็นระยะเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลง

ข้อที่ 7 กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

7.1 กฎหมายที่ใช้บังคับ

สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในราชอาณาจักรไทย และประกาศกระทรวงการคลัง และเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งของกฎหมายที่ใช้ภายในที่ใช้ในประเทศไทย

7.2 การระงับข้อพิพาท

จัดให้มีการเจรจาโดยทั้งสองฝ่ายตกลงเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาทผ่านช่องทางฝ่ายบริการลูกค้าหรือหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ภายในระยะเวลา 30 วัน

กระบวนการพิจารณาคดีของศาล กรณีที่ไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นให้ชำระคดีต่อศาลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอำนาจพิจารณาเพื่อพิจารณาคดีนั้น

7.3 ข้อกำหนดอื่นๆ

เหตุสุดวิสัย หากมีเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์และไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สงคราม ภัยธรรมชาติ หรือคำสั่งห้ามของภาครัฐ ซึ่งทำให้คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ทั้งหมดหรือบางส่วน คู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับผลกระทบต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน เพื่อแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบ พร้อมแนบเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการหรือสำนักงานโนตารี ให้สามารถได้รับการยกเว้นความรับผิดจากการผิดสัญญาในส่วนนั้น

การรักษาความลับ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องรักษาความลับในเนื้อหาแห่งสัญญา และข้อมูลทางธุรกิจหรือข้อมูลส่วนบุคคลของอีกฝ่ายที่รับรู้ระหว่างการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแนวทางและขั้นตอนตามกฎหมาย โดยห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง

ภาษาที่มีผลผูกพัน สัญญาฉบับนี้จัดทำเป็นภาษาไทยเป็นสำคัญ หากมีฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ให้ถือว่าข้อความในฉบับภาษาไทยเป็นข้อที่ใช้บังคับและมีผลเป็นที่สุด

ลงนามในสัญญา

พื้นที่ในการลงนาม พื้นที่ในการลงนาม

ชื่อเต็มของผู้กู้: _________

วันที่ลงนาม: วันที่ ___ เดือน ___ พ.ศ. ___

ผู้แทนทางกฎหมาย: _________

วันที่ลงนาม: วันที่ ___ เดือน ___ พ.ศ. ___